- การออกแบบ แบบ Passive จะเน้นที่การออกแบบบ้านให้เข้ากับสภาพแวดล้อม ธรรมชาติ เป็นหลัก เช่น การใช้ต้นไม้ช่วยในเร่องของความร้อนเป็นร่มเงา การออกแบบบ้านให้มีชายคายื่นออกมา เพื่อกั้นความร้อน การใช้ความชื้น โดยการสร้างบ่อน้ำตามทิศทางลมให้พัดเข้าสู่ตัวบ้าน ซึ่งจะช่วยในเรื่องของค่าใช้จ่ายในการสร้างบ้านให้มีราคาต่ำกว่าวิธีแรก แต่ได้บ้านที่มีคุณภาพเท่ากัน
ด้านวิธีการออกแบบ จากแต่เดิมที่เราใช้การเขียนแบบด้วยมืออย่างเดียวก็เริ่มกลายเป็นแบบ 2 มิติ เป็น 3 มิติ ต่อมาโดยเริ่มจาก AutoCAD ซึ่งเป็นเจ้าแรกที่เข้ามาในประเทศไทย ทำให้เราค่อนข้างคุ้นเคยกับโปรแกรมนี้มากกว่าโปรแกรมเขียนแบบตัวอื่นๆ ที่เข้ามาตอนหลัง ประมาณปี 36-37 การเขียนแบบได้เปลี่ยนไปใช้คอมพิวเตอ์ืหมดแล้ว แต่ยังคงเป็นรูปแบบของ 2 มิติ อยู่ตามการเขียนแบบแปลนโดยเริ่มมาให้ความสำคัญในเรื่องของงานเขียนแบบ 3 มิติ ในส่วนของการทำโบรชัวร์ โมเดล เพื่อเสนอกับลูกค้าที่มาว่าจ้างเราสร้างบ้านมากกว่า เพื่อที่ว่าลูกค้าจะได้เข้าใจในรายละเอียดของแบบบ้านมากยิ่งขึ้น แบบชนิดที่เรียกว่า เปิดหลังคาบ้านมาก็เห็นเฟอร์นิเจอร์ ถ้าไม่ถูกใจตรงไหนก็สามารถชี้บอกเราให้ทำการแก้ไขได้ตรงจุด เพราะว่าลูกค้าเห็นภาพบ้านที่จะสร้างออกมาชัดเจนนั่นเอง

โดยทาง Royal House แต่ก่อนในส่วนนี้จะว่าจ้าง Outsource ทำต่อมาภายหลังทางผู้บริหารเห็นว่า มีความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาได้ส่วนนี้เพิ่มเติมก่อนจะตามไม่ทันบริษัทรับเหมารายอื่นๆ
ซึ่งตอนนี้บริษัทรับเหมาสร้างบ้านในไทย หันมาจับงานเขียนแบบ 3 มิติกันมากขึ้นโดย ทางบริษัทก็ได้จัดทีมงานขึ้นมา เพื่อศึกษาว่า โปรแกรมเขียนแบบ 3 มิติ ที่มีอยู่ในประเทศไทยตอนนี้ ตัวไหนที่น่าสนใจ และน่านำมาใช้งานมากที่สุด ได้ผลสรุปมาลงทีตัวโปรแกรม AutoCAD Revit Architecture 2010 เพราะว่าเป็นเจ้า ของเดียวกันกับ CAD ที่คุ้นมือกันอยู่น่าจะดีที่สุด หลังจากที่ลองใช้มาได้สักพักพบว่ามีคำสั่งใช้งานมากกว่าเดิมเยอะมาก ตอนนี้ยังไม่ค่อยคุ้นมือต้องอาศัยการฝึกฝนเพิ่มเติม
สำหรับงานของ Royal House ในตอนนี้ก็ถือว่าโอเค ผ่านพ้นช่วงที่มีปัญหาทางการเมืองมาได้แบบเดือนต่อเดือนในช่วงที่เกิดวิกฤติ ตอนนี้ก็ดีขึ้นมากพอหายใจได้โล่งขึ้น มีงานสร้างบ้านใหญ่ๆ พื้นที่มากกว่า 1000 กว่าตารางเมตร อยู่หลายหลังครับ คุณวิสุทธิ์กล่าวทิ้งท้าย