|
แกะรอยเบื้องหลังความสำเร็จ อ. สำเริง ฤทธิ์พริ้ง กับเทคโนโลยี
ระบบก่อสร้างชิ้นส่วนสำเร็จรูปสมัยใหม่ "่Precast"
ทุกวันนี้ราคาน้ำมันและวัสดุก่อสร้างหลักโดยเฉพาะเหล็กที่ทำสถิติพุ่งขึ้นเป็นประวัติการณ์กดดันให้ผู้ประกอบการอสัง หาริมทรัพย์ต้องเร่งหันมาให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการต้นทุนในการพัฒนาโครงการมากขึ้นเรื่อยๆ การนำเทคโนโล ยีเกี่ยวกับการก่อสร้างเป็นทางเลือกหนึ่งที่สามารถตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี ไม่แปลกที่ผู้ประกอบการบิ๊กแบรนด์ส่วนใหญ่ต่างปรับตัวด้วยการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อนหน้านี้
เราคงไม่สามารถปฏิเสธไม่ได้ว่าหนึ่งในหนึ่งในบริษัทรับเหมาก่อสร้างแบบชิ้นส่วนสำเร็จรูปชั้นแนวหน้าของประเทศไทย บริษัท ซีคอน จำกัด ถือว่าเป็นหนึ่งในยอดขุนพลที่เป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดี ในเรื่องของ “ระบบชิ้นส่วนสำเร็จรูป” ซึ่งประสบความสำเร็จและก้าวขึ้นเป็น ดีเวลอป เปอร์ดาวเด่นที่ทำให้วงการอสังหาฯ ต้องจับตามอง ส่วน หนึ่งมาจากการเป็น ผู้บุกเบิกนำระบบก่อสร้างสมัยใหม่มา ใช้ในการก่อสร้างบ้าน และคอนโดฯ ในการลดคอสต์ลดระยะเวลาก่อสร้าง
ยิ่งสถานการณ์เศรษฐกิจ ราคาน้ำมันและวัสดุก่อสร้างเข้าใกล้วิกฤต ผู้ประกอบการอสังหาฯต้องหาทางรัดเข็มขัดต้นทุนเพิ่มขึ้น อย่างเวลานี้ก็ยิ่งทำให้ระบบก่อสร้างบ้านและคอนโดฯ แบบสำเร็จรูปและกึ่งสำเร็จรูปได้รับความนิยมมากขึ้น
.jpg)
อาจารย์สำเริง ฤทธิ์พริ้ง ผู้คร้ำหวอดอยู่ในวงการก่อสร้างมาหลาย 10 ปี ได้เล็งเห็นกระแสการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้น และมีแผนจะบุกตลาดระบบก่อสร้างสำเร็จรูประบบ Precast อย่างจริงจังหลังลงทุนผลิตระบบนี้ป้อนให้กับโครงการบ้านเดี่ยว และทาวน์เฮาส์ในเครือบ้านซีคอน จำกัด มานับ 10 ปี โดยกล่าวว่า งานในระบบ Pre cast นั้นจะเน้นที่การออกแบบ และติดตั้งงานระบบให้ได้ตามที่ลูกค้าต้องการ โดยเสริมว่าหลังผลิตระบบ precast ให้กับโครงการบ้านในเครือบริษัท ซีคอน จำกัด ซึ่งได้รับกระแสตอบรับในระดับที่ดีทั้งจากตัวเจ้าของโครงการ และลูกค้าที่เป็นคนซื้อบ้าน บริษัทได้วางแผนขยายการลงทุนโดยสร้างโรงงานเพิ่มเพื่อผลิต Precast ป้อนให้กับลูกค้าระดับที่ต่างออกไป
จากที่อ.สำเริง เคยมีประสบการณ์จากการเป็นวิศวกรที่ปรึกษาคุมงานก่อสร้างโครงการต่างๆ จำนวนมาก หลายโครงการในช่วงที่ผ่านมา เขาเห็นว่านอกจากการผลิตระบบนี้นอกจากจะใช้ในการก่อสร้างบ้านเดี่ยว และทาวน์เฮาส์แล้ว ยังสามารถพัฒนาสนองตอบความต้องการในการก่อสร้างโครงการคอนโดฯ อพาร์ตเมนต์ หอพัก โรงงานสำเร็จรูป ฯลฯ ได้ด้วย เพียงแต่เบื้องต้นจะหนักไปที่โครงการบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์เป็นสเต็ปแรกก่อน
การก่อสร้างระบบชิ้นส่วนสำเร็จรูปนั้น สามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมายได้โดยเฉลี่ยต่อเดือน ผลิตบ้านได้ราว 10-15 ยูนิต เริ่มตั้งแต่ทำฐานราก คาน แผ่นพื้น ผนัง บันได ห้องน้ำ รวมทั้งงาน ระบบ ไฟฟ้าประปา ซึ่งจะซ่อนอยู่ภายในผนังคอนกรีต ยกเว้นเฉพาะงานติดตั้งหลังคา งานตกแต่ง สุขภัณฑ์ ฯลฯ ที่เจ้าของโครงการต้องติดตั้งและตกแต่งเองโดยเสริมว่า อีกจุดหนึ่งที่จะทำ คือ จะพัฒนาระบบ Precast ที่ตั้งใจจะผลิตขึ้นให้เป็นผลิตภัณฑ์ลดโลกร้อนคล้ายๆ อิฐมวลเบาด้วยโดยจะเป็นผนัง มีโพรงอากาศเหมือนอิฐมวลเบา ทนไฟ ไม่อมความร้อน ทำให้บ้านประหยัดพลังงานเพิ่มขึ้น และพื้นผิวก็ไม่ต้องฉาบเหมือนกับบ้านสำเร็จรูปทั่วๆ ไป และย้ำว่าลูกค้าที่มาใช้บริการระบบ precast ของบริษัทจะได้รับบริการหลายด้านคือ บริการให้คำปรึกษาออกแบบให้วางแผนโครงการวางแผนการ ก่อสร้าง เจ้าของโครงการแค่ทำการตลาดเองเท่านั้น โดยจุดแข็งของระบบ Precast คือ เป็นระบบที่มีคุณภาพดีกว่าการก่อสร้างทั่วๆ ไป ก่อสร้างได้เร็วกว่า และคุณภาพได้ตามมาตรฐานกว่า เพราะชิ้นส่วนระบบสำเร็จรูปทุกชิ้นผลิตมาจากโรงงานทำให้หน้างานมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่มีเศษวัสดุกองหน้างาน มีความแน่นอนในการหล่อขึ้นรูป เวลาติดตั้งความคลาดเคลื่อนจะมีน้อยมาก
ผลที่ตามมาคือ ต้นทุนการผลิตของผู้ประกอบการจะลดลงถึง 15-20%เมื่อเทียบกับการก่อสร้างบ้านที่ใช้ระบบก่อสร้างแบบเดิมๆ บ้านหลังหนึ่งสามารถประกอบโดยใช้เวลาเพียงแค่ 10 วัน จากนั้นเก็บผิวอีก 5-10 วันก็เสร็จเรียบร้อยทั้งหลัง
|